Monday, 3 October 2022
"Power by Google Translate"
logo

สัมมนา Caritas Thailand ประจำปี 2020 “โควิด-19 กับความมั่นคงทางอาหาร และการพัฒนาสุขภาพอย่างยั่งยืน”

วันที่ 20-22 ตุลาคม คริสตศักราช 2020 (พ.ศ.2563) ณ ศูนย์อภิบาลคามิลเลียน ลาดกระบัง กรุงเทพฯ ได้มีการจัดสัมมนาประจำปีของเครือข่ายผู้ที่ทำงานด้านสังคมของพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย จำนวนรวม 91 ท่าน (เป็นพระสังฆราช 2 พระสงฆ์ 15 บราเดอร์ 2 ซิสเตอร์ 16 ฆราวาส 56 คน) จาก 28 องค์กร และ 4 เครือข่ายการทำงาน ซึ่งการสัมมนาในครั้งนี้ เป็นโอกาสที่ดี ที่ได้เรียนรู้สถานการณ์ของสังคมโลก และ สังคมไทย ผ่านการทำงานของสมาชิก ที่มาเรียนรู้แบ่งปัน รวมไปถึงการได้ศึกษาและไตร่ตรองข้อคำสอนผ่านเอกสารสำคัญต่าง ๆ ของพระศาสนจักร ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสิ่งสร้าง และการดูแลชีวิตมนุษย์ทั้งด้านฝ่ายกายและจิตใจ โดยผลที่เกิดขึ้นจากการสัมมนา ทำให้ผู้ที่เข้าร่วมไปนำเสนอและรับฟังความก้าวหน้ารวมไปถึงแผนงานอนาคตในประเด็นต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางการทำงานร่วมกันในการพัฒนามนุษย์แบบองค์รวมและมีความยั่นยืนต่อไป

สำหรับเนื้อหาในการสัมมนาครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นายแพทย์คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ได้มาบรรยายในหัวข้อ “ชีวิตวิถีใหม่” หลังวิกฤตโควิด-19 ทำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รับรู้ถึงสถานการณ์สังคมโลก ข้อเท็จจริงของโรคและการรับมือต่อสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงไปสืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 พร้อมร่วมกันวางแนวทางการทำงานต่อไปในอนาคต

ในช่วงที่สองของการสัมมนา ได้รับเกียรติจาก พระสังฆราชฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์ ประมุขสังฆมณฑลเชียงใหม่ และ เลขาธิการสภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ได้มานำการไตร่ตรองในประเด็นการตอบสนองต่อครบรอบ 5 ปีของสมณสาสน์ Laudato si และปี Laudato si (24 พ.ค. 20 ถึง 24 พ.ค. 21) โดยนำเสนอคลิปวีดีโอที่พระคุณเจ้าได้ดำเนินการจัดแปลและทำเป็นสื่อเพื่อเผยแพร่ข้อคิด ข้อไตร่ตรองในการช่วยเหลือโลกของเรา “เพราะทุกสิ่ง ทุกอย่างสัมพันธ์กัน” ทำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้เห็นภาพรวมของสิ่งต่าง ๆ ในโลกใบนี้มีความเชื่อมโยงและสัมพันธ์กันอย่างไร โดยอาศัยกระบวนการ มองดู (See) ไตร่ตรอง (Judge) และนำไปปฏิบัติ (Act)

ในช่วงที่สามของการสัมมนาเป็นเวทีเสวนา หัวข้อ “วิกฤตโควิด-19 กับความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาสุขภาพอย่างยั่งยืน”: สถานการณ์และการรับมือของเครือข่ายในสังคมไทย โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนาจำนวน 5 ท่านประกอบด้วย คุณสุเทพ กิจเต่ง ประธานคณะกรรมการเกษตรฯ เป็นผู้ดำเนินการเสวนาและได้รับเกียรติจาก คุณสุภา ใยเมือง (มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน ประเทศไทย) คุณวรางคนางค์ นิ้มหัตถา (โครงการสวนผักคนเมือง) ดร.สุนทร วงศ์จอมพร (ฝ่ายสังคมสังฆมณฑลเชียงใหม่) คุณสายันต์ วาปีโส (แกนนำเกษตรสังฆมณฑลนครราชสีมา) มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์โดยตรงในช่วงที่ประเทศไทยได้พบกับสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้เห็นภาพการทำงานในระดับครัวเรือน ชุมชนที่เป็นชุมชนชนบท ชุมชนเมือง และภาพรวมในระดับประเทศ ได้รับทราบแนวความคิด กระบวนการทำงานที่หลากหลาย ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในงานของเรา โดยเริ่มที่ตนเองก่อนและค่อย ๆ ขยายไปในอนาคต

            ในช่วงที่สี่ของการสัมมนา เป็นการไตร่ตรอง “หนทางที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาสุขภาพอย่างยั่นยืนในสถานการณ์โควิด-19” เป็นการแบ่งกลุ่มตามสังฆมณฑลเพื่อร่วมกันวิเคราะห์ถึงงานที่ได้ทำและวิเคราะห์ถึงความสามารถในการเข้าถึงแหล่งทุนในประเด็นที่แตกต่างกันไปในบริบทของแต่ละสังฆมณฑล โดยคุณเอ  นพรัตน์ เป็นผู้นำการไตร่ตรอง และรวบรวมแผนงานและเชื่อมโยงกับแหล่งทุนต่อไป

  นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอถึงการประเมินผลและพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ของกรรมาธิการฝ่ายสังคม (คาริตัสไทยแลนด์) โดยคุณพ่อสุวัฒน์ เหลืองสะอาด (สำนักนโยบาย สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย)  ที่ได้กล่าวถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการประเมินในครั้งนี้ ว่าการดำเนินงานด้านสังคมของเรานั้นสามารถตอบสนองต่อยุทธศาสตร์คาริตัส โดยมี 5 เป้าหมาย คือ งานคาริตัสเป็นหัวใจของพระศาสนจักร , การช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์และการร่วมสร้างชุมชนขึ้นใหม่, ส่งเสริมการพัฒนามนุษย์ทั้งครบอย่างยั่งยืนที่ครอบคลุมทุกมิติ , สร้างความเป็นหนึ่งเดียวกัน , สร้างคาริตัสไทยแลนด์ให้เป็นเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยภาพรวมการประเมินจะเริ่มประเมินในปี 2021

          สำหรับหัวข้อ “ก้าวข้ามวิกฤตโควิด-19 และความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาสุขภาพอย่างยั่งยืน ผ่านบทบาทการบูรณาการของหน่วยงานด้านสังคมคาทอลิกไทยร่วมกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง” โดย รศ.ดร.มณฑา เก่งการพานิช ที่ได้นำเสนอข้อมูลและแสดงความเชื่อมโยงของงานพระศาสนจักรที่ได้เข้ามาช่วยเหลือผ่านทางโครงการต่าง ๆ ที่ทำอยู่ในภาพรวม ยกตัวอย่าง งานที่ได้รับการสนับสนุนจาก แหล่งทุน สสส. ในด้านการบริโภคอาหาร การใช้อาหาร ผัก ผลไม้ เป็นยา สิ่งเหล่านี้ เราสามารถเรียนรู้และส่งเสริมได้อย่างมีคุณค่า เพราะมิได้ปลูกเพื่อกินเพียงอย่างเดียว แต่มีประโยชน์อื่น ๆและสามารถช่วยล้างพิษในร่างกายได้ เพื่อให้ มีกิน มีใช้ ปลอดภัย ไร้โรค กินดี อยู่ดี มีสุข เป็นต้น

ในช่วงท้ายของการสัมมนา ได้รับเกียรติจากพระคุณเจ้ายอแซฟ วุฒิเลิศ แห่ล้อม (ประมุขสังฆมณฑลเชียงราย) ที่ได้กรุณากล่าว สรุปภาพรวมการประชุมคาริตัสไทยแลนด์ ในครั้งนี้ ว่า งานคาริตัส คือ งานที่ทำโดยใช้พระวาจามาทำการทำงาน เราได้เรียนรู้ว่าพระเยซูเจ้าทรงทำอย่างไร และลงมือทำด้วยจิตสำนึกที่ดี ซึ่งการทำงานด้วยจิตสำนึกนั้น มีความแตกต่างจากการทำงานด้วยความรู้สึก พระเจ้าทรงเลือกพวกเรามาทำงานด้านสังคม ในฐานะที่เป็นเครื่องมือของพระองค์ ในงานประกาศข่าวดี และเป็นธรรมทูต “คาริตัส คือ ความรัก” ดังนั้นขอให้พวกเราได้ประกาศความรักผ่านกิจการต่าง ๆ เราเปรียบเสมือนส่วนหนึ่งของพระศาสนจักรทั้งครบ จึงต้องเชื่อมสัมพันธ์กับเครือข่ายอื่น ๆ ด้วย ตามแนวทางของคาริตัสและงานของแต่ละสังฆมณฑล งานของพระศาสนจักร ไม่มีสิ่งใดสำคัญที่สุด แต่ จะสำคัญเท่าเทียมกันในตัวเราเอง งานแพร่ธรรมนั่นก็หมายถึง งานคาริตัส เช่นกัน ครั้งนี้พ่อขอขอบใจทุกคนที่มาสัมมนากันในครั้งนี้ ขอพระเจ้าอวยพร

===============

ข่าว: วิจันทรา  วัฒนศิริ

ภาพ: จีรวัฒน์  เจนผาสุก

27 ต.ค.2020