งานอื่นๆ

พันธกิจ “รักและรับใช้” ที่มีส่วนร่วมในทุกระดับ:

กรรมาธิการฝ่ายสังคม (คาริตัสไทยแลนด์) ภายใต้สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย ร่วมกับฝ่ายสังคมของทุกสังฆมณฑลj1ในประเทศไทย จัดประชุมพัฒนาความร่วมมือและกำหนดแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างวันที่ 7-9 กันยายน 2016 ณ ศูนย์อภิบาลคามิลเลียน ลาดกระบัง โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม 42 คน เพื่อตอบสนองต่อกฤษฎีกาสมัชชาใหญ่ของพระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย คริสตศักราช 2015 และแผนยุทธศาสตร์ฟื้นฟูการประกาศข่าวดีขึ้นใหม่ฯ คริสตศักราช 2016 โดยในยุทธศาสตร์ฯ ข้อ 18 และ 19 ที่เน้นการพัฒนาโครงสร้างของพระศาสนจักรและการพัฒนาองค์กรให้เป็นปึกแผ่นหนึ่งเดียวกัj2นในการปฏิบัติพันธกิจ “รักและรับใช้”  และข้อ 6 ที่เน้นเรื่องการทบทวนคาริตัสให้สามารถตอบสนองต่อปัญหาสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เวทีดังกล่าวได้รับการประสานงานและนำกระบวนการโดย คุณพ่อสุวัฒน์ เหลืองสะอาด ผู้อำนวยการศูนย์สังคมพัฒนา สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี ซึ่งคุณพ่อนิพจน์ เทียนวิหาร ได้ให้เกียรติมาเป็นวิทยากรนำการไตร่ตรองคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักร มีการหารือในเรื่องของปัญหาสังคม โดยใช้กระบวนการ See Judge Act ซึ่งนำไปสู่การวางแผนยุทธศาสตร์ด้านสังคมที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างฝ่ายสังคมของแต่ละสังฆมณฑลและกรรมาธิการฝ่ายสังคม (คาริตัสไทยแลนด์) ของสภาพระสังฆราชฯj3

นอกจากนั้น ในห้วงเวลาใกล้กัน ระหว่างวันที่ 13-15 กันยายน 2016 คุณพ่อไพรัช ศรีประเสริฐ เลขาธิการ ในนามสำนักเลขาธิการ และ คุณพ่ออนุชา ชาวแพรกน้อย ผู้อำนวยการแผนกพัฒนาของคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อการพัฒนาสังคม ในกรรมาธิการฝ่ายสังคม (คาริตัสไทยแลนด์) ได้จัดให้มีการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อพัฒนางานด้านสังคมระดับวัด/คาริตัสวัด โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม 39 คน

ที่ประชุมได้ศึกษาและทำความเข้าใจร่วมกันว่า ทั้งพระศาสนจักรสากลและพระศาสนจักรในประเทศไทย ผ่านทางสมณสาสน์ เอกสาร และบทเทศน์ของพระสันตะปาปา และแผนยุทธศาสตร์ฯ ก็มีความปรารถนาให้วัดทุกแห่งของพระศาสนจัj4กรท้องถิ่น ได้เป็นชุมชนแห่งความเชื่อ ที่สมาชิกทุกคน ทั้งพระสงฆ์ นักบวช และฆราวาส ร่วมเป็นหนึ่งเดียวกัน มีประสบการณ์กับพระเยซูเจ้า ในพระวาจา ในศีลมหาสนิท และในการรับใช้เพื่อนพี่น้องทั้งผู้ที่เป็นศิษย์พระคริสต์ และผู้ที่มีความเชื่อที่แตกต่างกัน เพื่อส่งเสริมให้เกิดกลุ่มที่มีพลังในการขับเคลื่อนงานด้านสังคมระดับวัด ตามบริบทของชุมชนวัด ซึ่งจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์จากสังฆมณฑลและวัดต่างๆ ทำให้สามารถสรุปแนวทางการพัฒนางานด้านสังคมระดับวัด/คาริตัสวัด ได้ 4 รูปแบบกว้างๆ ด้วยกันดังนี้

รูปแบบที่ 1 แบบการทำงานเพื่อพัฒนาชุมชนโดยความริเริ่มและการสนับสนุนจากศูนย์สังคมพัฒนาหรือฝ่ายสังคมของสังฆมณฑล อาศัยการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครระดับวัดผ่านกิจกรรมโครงการต่างๆ ไปสู่การพัฒนาเป็นคาริตัสวัด

รูปแบบที่ 2 แบบที่มีการทำงานเพื่อช่วยเหลือคนยากจนในระดับวัด ผ่านสภาภิบาล หรือ ผ่านกลุ่มวิถีชุมชนวัด (BEC/SCC)j5

รูปแบบที่ 3 แบบที่มีการรวบรวมกลุ่มองค์กรต่างๆ ในวัดเพื่อให้บูรณาการในการมีส่วนร่วมในการับใช้ชุมชนในงานด้านสังคมร่วมกัน เป็นลักษณะของเวทีความร่วมมือแบ่งหน้าที่และมีผู้ประสานงานกลางของวัด

รูปแบบที่ 4 แบบที่มีการทำงานเป็นของตัวเอง เป็นกลุ่มองค์กรหลักในวัดองค์กรเดียวที่ทำงานด้านสังคมระดับวัด ไม่ซ้ำกับวัดใด หรือมีการทำงานร่วมกับสังฆมณฑลในเชิงประเด็นเฉพาะ

งานด้านสังคมระดับวัด จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาและสนับสนุนการทำงานจากฝ่ายสังคมของสังฆมณฑล (หรือ คาริตัสสังฆมณฑล) ในการประสานงาน การขับเคลื่อนและการให้ความรู้ในมิติคำสอนด้านสังคมและพัฒนาศักยภาพเชิงเทคนิค ตลอดจนการอำนวยความสะดวกในการทำงาน ซึ่งได้มีการวางแผนเพื่อหาแนวทางในการพัฒนางานด้านนี้ และจะร่วมมือกันเป็นเครือข่ายเพื่อพันธกิจ “รักและรับใช้” ในระดับวัดต่อไป…?   (โดย สำนักเลขาธิการ คาริตัสไทยแลนด์)